ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 10 ธันวาคม 2022 2:48 PM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » การค้นหาที่แสนโหดร้าย

การค้นหาที่แสนโหดร้าย

อัพเดทวันที่ 23 ตุลาคม 2020 เข้าดู ครั้ง

การค้นหาที่แสนโหดร้าย

การค้นหาที่แสนโหดร้าย

การค้นหาที่แสนโหดร้าย เราขอกลับไปพูดเรื่องคุณฮิเดะและคุณมายูโกะอีกนิด ตอนที่เธอป่วยหนักมากๆ คุณฮิเดะได้แต่งเพลงให้เพลงหนึ่งคือ เพลง Misery               (ความทุกข์) จำได้มั้ยคะ เนื้อเพลงนั้นความหมายประมาณว่าถ้าเราฟังเสียงดาวทั้งหลายคร่ำครวญล่ะก็ เราต้องเหนื่อยหลับไป และลืมความทุกข์ไปแน่ๆ ความทุกข์ เป็นสื่งธรรมดาสิ่งเล็กๆที่ทุกคนต้องประสบพบเจอ เพียงแต่ว่าเราจะจัดการมันยังไง จะแบกมันไว้ตลอดไป หรือจะวางมันไว้ข้างๆแล้วดูว่าจะจัดการมันยังไง เพลงนี้มีประโยคเด็ดคือ stay free my miseryค่ะ

แต่คุณฮิเดะคะตอนนี้ชั้นกำลังหลงทาง ชั้นรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่เห็นกะทั่งแสงสว่างที่ปลายทาง เหมือนตกจากหอคอยสูงที่ปีนมาแล้ว 99 ชั้น แล้วโดนธรณีสูบลงไปอีก ชั้น”หลงทาง”อย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกที่อยากจะหลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเริ่มรุนแรงขึ้น (อย่าทำตามนะคะ) เราเริ่มได้กลิ่นของความตายจากความรู้สึกที่เราสร้างขึ้นเอง (ย้ำ อย่าทำตามนะคะ ทุกปัญหาแก้ได้ แม้ปัญหาที่ดำมืดแบบเราก็ตาม) จนกระทั่ง…

คุณหมอนัดเราแทบทุกอาทิตย์ และเมื่อเขาบอกไม่ใช่ โรค MG (หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) อย่างที่เขาคิด เขาก็บอกสิ่งที่เราไม่อยากได้ยินที่สุด “ต้องMRI”
เรากลัว กลัวมาก แต่ไม่มีใครปลอบโยนเราเลย ไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำมั้งว่าเรากลัว (ความจริงคุณพ่อคุณแม่เขามาบอกตอนหลังว่าเขารู้ค่ะ) คุณหมอเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของเรา อ่อลืมบอกไปตอนนั้นอาการหนังตาตกของเราดีขึ้นหลังจากที่มันตกจนปิดเกือบสนิท

ตอนนี้เริ่มเปิดขึ้นมาขึ้นมาครึ่งหนึ่งแล้ว คุณหมอบอกให้คุณแม่ออกไปแล้วเริ่มถามว่า “ตอนนี้รู้สึกยังไง” เราตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “หลงทาง” คุณหมอปลอบใจเราว่า “MRI น่ะ ไม่เจ็บหรอก” เราน้ำตานองหน้า แล้วพูดว่า “ถ้าตายเรื่องแบบนี้จะจบไหม หนูจะได้อยู่บนสวรรค์ อยู่กับพระเจ้า” (ตอนนั้นเราคงลืมไปมั้งว่าทุกๆศาสนา คาธอลิกเองก็เช่นกันสอนว่าถ้าฆ่าตัวตายน่ะตกนรก) คุณหมอพูดแค่ว่า “อย่าคิดบ้าๆนะ” แล้วคุณหมอก็ให้เราออกมาแล้วเรียกคุณแม่เข้าไป แม่ออกมาพร้อมยาถุงหนึ่งแล้วบอกเราว่า “คุณหมอบอกว่าใจลูกต้องการการรักษา ลูกกำลังเป็นซึมเศร้า” แล้วคุณแม่ก็กอดฉันแล้วบอกว่า”อย่าคิดบ้าๆนะแม่กลัว”
จากวันนั้นอีกอาทิตย์หนึ่งเราก็มา MRI แต่ขึ้นชื่อว่าของฟรีไม่มี พรมแดง มาปู แล้วเดินอย่างนางแบบเข้าไปอยู่แล้ว
เราต้องรอ… รอ…. รอ…

รอนานมาก ตั้งแต่4โมงยัน 2 ทุ่ม เพราะคนไข้คนหนึ่งทำเป็นชั่วโมง (พ่อบอกเราเองก็ทำราวๆชั่วโมงนึง) เราไม่รู้ว่าเขาจะนัดเราตั้งแต่ 4 โมงทำไมกัน ในใจเรารอพลางคิดว่า “เอาวะ ถ้าเขาเจอตัวประหลาดกระโดดอยู่ในสมองเรา เขาคงฆ่ามันได้ ไม่ร่างกายเราก็คงขับออกมาได้ ถ้าเป็นเนื้องอกก็แค่ผ่า ถ้าต้องผ่าเดือนสองเดือนก็เป็นอดีตแล้ว(เราไม่เคยคิดเลยว่าผลมันจะร้ายกว่านั้น)”

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อเรา เราเข้าไปในห้อง MRI มันหนาวมาก เขาบอกให้เรานอนนิ่งๆ แล้วก็เอาผ้าห่มมาห่ม(ถ้าไม่ห่มคุณอาจเจอเราแข็งตายในห้องMRIนะคะ) จากนั้นเขาก็เอาเครื่องมาล็อคหัวเราชนิด ที่เราขยับไปไหนไม่ได้เลย เราเริ่มหายใจไม่ออก เราลืมไปว่าเราเป็นโรคกลัวที่แคบ เราเริ่มดิ้น แต่เขาไม่สนใจส่งเราเข้าอุโมงค์ไป (เครื่องแสกนแบบ MRI นี่จะมีชื่อเล่นว่าอุโมงค์ค่ะ เพราะมีลักษณะคล้ายอุโมงค์) ขณะแสกน เรารู้สึกว่ามันแคบมาก จนเราต้องหลับตา

และคิดว่าตัวเองวิ่งอยู่ที่ทะเล ในตอนนั้นเสียงเพลง Hurry Go Round ก็ดังขึ้นมาในหัวเรา เหมือนกำลังบอกให้ทน เดี๋ยวจะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ซักพักก็มีการพักครึ่ง ก็มีพยาบาลเดินเข้า บอกจะฉีดสี ซึ่งเราก็ไม่รู้อีกว่าการฉีดสีนั่นมันทำร้ายไตเราได้ พยาบาลจับมือเราแล้วบอก”มือเราเย็นเจี้ยบเลย กลัวเหรอ” เราบอกว่า”ใช่ เพราะเราเป็นโรคกลัวที่แคบ” พยาบาลบอกว่า “จะเสร็จแล้วนะ อดทนหน่อย” แล้วเตียงก็หมุนเราเข้าไปที่อุโมงค์อีก เราเริ่มดิ้น ถ้าคุณเป็นโรคกลัวที่แคบ

คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่ในโลงศพเลย มีเสียงดุๆตะโกนมาบอกว่า “อย่าดิ้นค่ะ ไม่งั้นทำไม่ได้” ประมาณ1ชั่วโมง การ MRI ก็จบลง เราเดินออกมาหน้าซีดเผือก พยาบาลต้องหายาดมมาให้ คุณแม่ถามเราว่าเป็นไงบ้าง เราตอบแค่ว่า”หนูไม่อยากทำมันอีกแล้ว” คุณแม่ก็บอกว่าพยาบาลมาบอกว่ากลับไปลูกต้องกินน้ำหนึ่งลิตร เพราะเราโดนฉีดสีมันมีผลต่อไต (นั่นแหล่ะทำให้เรารู้ว่าการฉีดสีมันมีผลต่อไต)
อีกอาทิตย์หนึ่งเราถูกนัดมาฟังผล ผลที่เราไม่อยากฟัง

*ตอนนี้อาจจะพูดถึงความรู้สึกอยากตายเยอะ เพราะตอนนั้นเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้เราไม่รู้สึกอย่างนั้นแล้ว อาจจะมีบ้างนิดหน่อย แต่ทุกปัญหามีทางออก อยากให้คิดอย่างนี้นะคะ

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " การค้นหาที่แสนโหดร้าย "

นานาสาระ ล่าสุด