ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 10 ธันวาคม 2022 5:01 PM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ

ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ

อัพเดทวันที่ 11 พฤศจิกายน 2020 เข้าดู ครั้ง

 

 ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ

ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ

 

ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ วงX-Japan (9)Without you เรื่องราวที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้  โทชิและวง X – Japan เปิดเผยและถ่ายทอดออกมาในช่วงหลายปีนี้โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ เราจึงนำเนื้อหามาเรียบเรียงและถ่ายทอดต่อเพราะเรามุ่งหวังในเรื่องเดียวกันว่าเรื่องของพวกเขาจะเป็นประโยชน์กับคนอ่านทุกคน  เมื่อ พ.ศ. 2541 ในปีที่ฮิเดะเสียชีวิต ชีวิตของโทชิอยู่ก้ำกึ่งระหว่างโลกจริงและโลกลวง ที่เป็นแบบนี้เพราะโทชิกำลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพที่มีผู้นำชื่อมาซายะอ้างตัวเป็นผู้นำทางความคิดของสังคมใช้วิธีทางวิธีทางจิตวิทยา “ล้างสมอง” ทำให้โทชิหลงทาง

    กลุ่มมิจฉาชีพนี้เข้ามาในชีวิตโทชิได้เพราะก่อนที่ X-Japan จะยุบวง โทชิประสบปัญหาหลายด้าน ธุรกิจที่ทำก็มีปัญหาเพราะคนในครอบครัว ในเรื่องงานกับ X-Japan ก็มีปัญหา ทั้งรู้สึกผิดที่ทำให้ X- Japan ถูกโกง และการทำงานกับโยชิกิที่มีแต่ความตึงเครียด สิ่งเหล่านี้ผลักดันโทชิออกห่างจากครอบครัวและเพื่อนที่ทำให้โทชิไม่สบายใจ และมองหาคนที่จะเป็นที่พักใจแทน 

   โทชิพบคาโอริ โมริทานิ(หรือ K นั่นแหล่ะ ไม่ย่งไม่ย่อแล้วนะคะ เพราะหนังสือคุณโทชิก็พูดชื่อจริง สื่อหลายสำนักก็พูดชื่อจริงไม่รู้จะย่อไปทำไม)ผู้แสดงออกถึงความอารีและเป็นห่วงเป็นใยเขา คาโอริ โมริทานิดูเหมือนจะตอบโจทย์เขาได้ แต่นานวันไปคาโอริก็เผยธาตุแท้ที่ทำร้ายโทชิเสียยิ่งกว่าใครเป็นเวลานับ 10 ปี และที่เลวร้ายที่สุดคือคาโอริ โมริทานิเป็นคนดึงโทชิไปพบมาซายะ (หรือ M ขอไม่ย่อด้วยเหตุผลเดียวกัน) และทำให้โทชิยอมรับการถูกรุมซ้อม

ถูกทำร้ายจิตใจ เพราะโทชิถูกทำให้เชื่อว่า “ความรุนแรงและความเจ็บปวด” คือการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นโทชิไม่รู้ตัวว่าถูกล้างสมองจึงถูกกลุ่มมิจฉาชีพของมาซายะครอบงำและพึ่งพิงแต่คนในกลุ่ม  ซ้ำยังดึงโทชิออกจากคนนอกกลุ่ม โทชิที่ถูกตัดขาดจากครอบครัวและเพื่อนจึงยอมรับการทารุณกรรมและการกระทำต่างๆ แม้จะทำให้เขาเดือดร้อน

   ดังนั้นระหว่างที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพครอบงำ การแสดงออกบางอย่างของโทชิจึงผิดเพี้ยนและแตกต่างจากคนปกติมาก เพราะโทชิตกอยู่ในโลกที่บิดเบี้ยวซึ่งเขาถูกทำให้หลงเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องนั่นเอง เมื่อโทชิสูญเสียฮิเดะ ในปี 2541 หลังจากที่ฮิเดะเสียชีวิต ทีมงานของฮิเดะได้เผยแพร่เพลง  Pink Spider ตามตารางงานซึ่งจัดไว้อยู่แล้วก่อนฮิเดะจะเสียชีวิต ฮิเดะได้สร้างสรรค์เพลงและมิวสิควิดีโอ Pink Spider ที่มีเอกลักษณ์สูงนี้จนสามารถคว้ารางวัลรางวัล MTV  Award ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่เพลงจากประเทศตะวันออกเอาชนะเพลงจากตะวันตกในงานระดับโลกอย่าง MTV  Award  

   ตอนที่เพลงนี้เผยแพร่ครั้งแรกมีคนตีความต่างๆ นานาๆ ทั้งแง่บวกและลบและรวมถึงพยายามเชื่อมโยงว่าเพลงนี้เหมือนเป็นจดหมายลาตาย ซึ่งเรื่องนี้ “ไม่จริง”  อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในยุคนั้น คือ เราพบว่ามีข่าวการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของนักดนตรีชื่อดังในฝั่งตะวันตกอยู่หลายครั้ง บางทีข่าวแบบนี้ก็กลายเป็นบรรทัดฐานให้คิดกันไปก่อนเลยว่าการตายอย่างกระทันหันของนักดนตรีสักคนก็น่าจะมาจากการฆ่าตัวตาย ฟังดูน่าเศร้าที่เราได้ตัดสินเขาก่อนความจริงจะปรากฏเสียอีก

   การเสียชีวิตของฮิเดะก็เช่นกัน  แต่ในใจของเพื่อนใกล้ชิดของฮิเดะคำตอบคือ “ไม่มีทาง” โทชินั้นเจ็บปวดไม่แพ้โยชิกิ ทันทีที่ได้รู้ข่าวว่าฮิเดะเสียชีวิตจึงรีบรุดไปหา โทชิเล่าให้ฟังว่าเขาได้เจอฮิเดะที่เหมือนแค่นอนหลับอยู่ในโลง  “นายหลับไปใช่ไหม? นายยังไม่ตายใช่ไหม?”  โทชิคิดในใจ อย่างไรก็ตาม การที่ได้ไปร่วมงานศพฮิเดะนี้

เขาเจอสมาชิก X แต่ก็ไม่ได้สื่อสารกันมาก และพบฮิเดะแล้วก็ต้องรีบกลับไปที่สำนักงานของ Home of Heart   โทชิตรงไปที่ห้องที่เรียกว่า “ห้องบำบัด” ซึ่งเก็บเสียงได้ คาโอริโมริทานินั่งอยู่ที่นั่น ในห้องที่เหมือนห้องเก็บของนั้น เธอร้องให้และพูดว่าคนที่มีแต่อีโก้สูงอย่างโทชิคงไม่มีวันฟังคนที่ถ่อมตัวอย่าง มาซายะ โทชิจะมีจุดจบอย่างฮิเดะคือฆ่าตัวตาย  สักพักก็มีคนของ Home of Heart  เข้ามา แล้วผลักโทชิล้มลง ขึ้นคร่อมเขาราวกับเขาเป็นม้า

คาโอริก็เริ่มตีเขาที่หลัง มีคนหลายคนตะโกนใส่ แล้วโทชิก็เห็นเท้าของใครบางคน มันคือเท้าของ มาซายะ ซึ่งพุ่งมาที่เขาหลายต่อหลายครั้ง และมาซายะบอกว่าจุดจบของวง อย่าง X-Japanก็มีแต่ฆ่าตัวตายเท่านั้น… โทชิเล่าว่าในวันนั้นเขาโกรธมากเพราะฮิเดะไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ  และทั้งที่ปกติเมื่อถูกทุบตีและตะโกนใส่เขาจะร้องตะโกนออกไปแต่ในวันนั้นเขากลับเงียบ  

   วันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งวันสุดท้ายของพิธีศพ  โทชิยอมถูกซ้อมอยู่หลายชั่วโมงก่อนที่เขาจะพาร่างที่เจ็บปวดไปร่วมงานแม้นจะไปถึงตอนที่พระเริ่มสวดแล้วก็ตาม ที่งานเขาเห็นดอกไม้มากมายที่มาจากแฟนๆ นอกจากนี้ยังมีรูปขนาดใหญ่ของฮิเดะซึ่งไว้ผมสีแดง และกีต้าร์ที่ฮิเดะรักถูกวางเรียงรายเบื้องหน้า

  ในวันนั้นโทชิมีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ เพราะ X- Japan ตัดสินใจเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้งเพื่อถ่ายทอดความรัก และความอาลัยที่มีต่อฮิเดะซึ่งเสียชีวิตลง  และคงไม่มีเพลงไหนเหมาะสมเท่า “Forever Love” เพลงดังจากอัลบั้มDahlia ที่มีความหมายขอให้คนรักที่รักนั้นคงอยู่แม้ในวันที่มีพายุร้ายเช่นวันนั้น โทชิเล่าว่าระหว่างแสดงเพลงนี้เขารู้สึกว่าเสียงสั่น  ร้องได้ไม่ค่อยสมบูรณ์เหมือนอย่างที่เคยเป็น อาจเป็นเพราะเขากรีดร้องและร้องให้ตลอดเวลาที่ถูกซ้อมก็เป็นได้

   วันนี้เป็นวันจัดงานศพวันสุดท้ายซึ่งจะมีการฌาปณกิจในอีกสถานที่หนึ่ง ในใจแฟนคลับรู้สึกว่านั่นเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะอยู่ใกล้ชิดกับฮิเดะเมื่อเห็นรถเคลื่อนศพแฟนคลับบางคนจึงวิ่งตามไป ฮิเดะผู้เป็นที่รักของพวกเขา ขณะเดียวกัน โทชิได้ก็เอ่ยแก่ฮิเดะด้วยคำพูดสุดท้ายว่า “เราจะอยู่และส่องแสงสว่างให้มากขึ้น” ทั้งๆที่เขาคิดในใจว่าจะทำได้จริงเหรอ?

ช่วงเวลาในนรกล้างสมอง “แมงมุมสีชมพูซึ่งอยากบินได้บนท้องฟ้า และมีนกตัวหนึ่งเข้ามายุว่าให้เด็ดปีกจากผีเสื้อมาต่อเป็นปีก คงจะทำให้แมงมุมบินไปบนฟ้ากว้างได้ แมงมุมจึงดักผีเสื้อและเด็ดปีกมัน แต่ก่อนที่ผีเสื้อจะถูกเด็ดปีกได้พูดว่า การบินโดยไม่มีวันได้หยุดพักมันเจ็บปวดเพียงไหนใครจะรู้?  และถึงจะมีปีกบิน แต่เราก็บินอยู่แค่ในอุ้งมือของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วสิ่งนี้จะเรียกว่าอิสระได้หรือ?” 

   ด้านบนนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งจากเพลง  Pink Spider ซึ่งเผยแพร่ในปี 2541 ที่ทำให้คนมักพูดถึงฮิเดะว่าเป็นแมงมุมสีชมพู แต่จริงๆ แล้ว ฮิเดะต้องการสื่อสารอะไรกัน ประโยคที่ว่า “ถึงจะมีปีกบิน แต่เราก็บินอยู่แค่ในอุ้งมือของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วสิ่งนี้จะเรียกว่าอิสระได้หรือ?”  ประโยคนี้กำลังถามใครอยู่รึเปล่า และในเวลาเดียวกันกับที่ Pink Spider เผยแพร่ออกไป โทชิก็กำลังเดินท่ามกลางความมืดมิดในนรกของการล้างสมองเช่นกัน Kimi Wa Inai Ka

เธอยังอยู่ที่นั่นใช่ไหม? โทชิร้องประโยคนี้ในท่อนสุดท้ายของบทเพลงที่มีชื่อเดียวกันว่า Kimi Wa Inai Ka  โดยเพลงนี้ออกเผยแพร่ในปี 2541เช่นกัน พูดกันว่าเพลงนี้เกิดเพื่อรำลึกถึงการจากไปของฮิเดะ แต่ในความเป็นจริงโทชิพูดว่า “เพลงนี้มาจากคำโกหก”   นั่นเป็นเพราะเพลงนี้มาซายะบังคับให้ทำ ทั้งที่โทชิไม่อยากทำ ซึ่งในความคิดเรา เรามองว่าที่มาซายะให้โทชิทำเพลงนี้ อาจเพราะมองเห็นโอกาสปล่อยเพลงของตัวเอง ยิ่งคนร้องเป็นนักร้องดังอย่างโทชิ โอกาสที่มาซายะจะดังบ้างคงมาถึง   

   เพลงนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเห็นว่ามาซายะนั้นไม่ได้เพียงหลอกลวงโทชิในเรื่องการสัมมนาแต่เข้ามากอบโกยเอาผลประโยชน์จากโทชิ เรียกว่ามาไถเงินก็คงได้ และสุดท้ายโทชิก็หมดตัว

   โทชิเล่าว่า ในเรื่องธุรกิจพี่ชายคนกลางของเขาที่เคยทำงานอยู่ในธนาคารที่ต่างประเทศเข้ามาช่วยบริหารหลังจากที่เขาไม่ไว้ใจพี่ชายคนโตที่ทำให้บริษัทขาดทุนได้ การบริหารงานเป็นปกติ แต่หลังจากที่มาซายะเข้ามาครอบงำชีวิตของโทชิ  และพี่ชายคนกลางมองเห็นว่าโทชิกำลังถูกหลอกให้ทุ่มเงินกับกลุ่มมิจฉาชีพของมาซายะ พี่ชายคนกลางจึงบอกว่ารายได้ไม่ค่อยเข้าและบริษัทไม่มีเงินเดือนให้แล้ว 

   พี่ชายคนกลางเตือนโทชิว่าเขาอาจโดนล้างสมอง คาโอริและ มาซายะเมื่อโทชิทราบก็โกรธมากพวกเขากล่าวหาว่าพี่ชายคนกลางของคุณโทชิก็หากินจากความดังโทชิเหมือนคนอื่นๆ เหมือนพี่ชายคนโตและแม่ของเขา โทชิจึงขอร้องให้พี่ชายคนกลางออก

   แต่พี่ชายคนกลางรู้ว่าถ้าเขาไม่อยู่ขวางทางระหว่างโทชิ กับ มาซายะและคาโอริล่ะก็บริษัทล้มละลายแน่เขาจึงขอให้โทชิเซ็นยกผลประโยชน์จากบริษัทและรายได้ที่โทชิได้จากการทำงานให้แม่ของโทชิ เมื่อโทชิกลับไปบอกมาซายะว่าได้เซ็นสัญญายกทุกอย่างให้ครอบครัว  มาซายะและคาโอริก็พูดว่าคุณโทชิบ้าหรือเปล่า เอาถุงเงินไปให้เขา มาซายะจึงบอกให้โทชิไปฉีกสัญญาซะ

   พี่ชายคนกลางเริ่มทนไม่ไหวจึงเปิดโปงคุณโทชิ กับสื่อต่างๆว่าโทชิถูกล้างสมองมาซายะกับคาโอริ เมื่อได้ทราบก็โกรธมาก ทำร้ายร่างกายคุณโทชิ  โทชิเลยไล่พี่ชายคนกลางออก และในเดือนตุลาคม ปี2541 บริษัทของโทชิกลายเป็นว่ามาซายะและคาโอริ กลายเป็นประธาน เพลงและของทุกๆอย่างจะถูกทำ ภายใต้ชื่อของมาซายะ หรือชื่อ Healing World

   เมื่อเงินโทชิหมด มาซายะ และคาโอริก็บังคับให้คุณโทชิกู้เงิน นอกจากนี้คุณโทชิยังทำเพลงในนามองค์กรขาย ซึ่งเขาต้องเสนอไปที่ร้านขาย CD เพื่อขอที่วางขาย เมื่อเขานำ CD ไปขาย เขาต้องปลอมตัวไป เพื่อไม่ให้มีคนจำได้ว่าเขาคือโทชิแห่ง X-Japan แต่ก็มีคนจำได้อยู่ดี

   ทุกคนคิดว่านักร้องวงร็อกชื่อดังอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอยู่ที่ไหน? บ้านที่ราวพระราชวังคนรับใช้เป็นร้อยคน มีแม้กระทั่งคนผูกเชือกรองเท้าให้ แต่ผิดค่ะโทชิกลับอยู่ห้องเช่าเล็กๆ และคาโอริให้เขาใช้วันละ500เยนเท่านั้น (ประมาณ 166 บาท) ทั้งที่โทชิทำงานหนักเสียยิ่งกว่าอยู่กับ X

   โทชิบอกว่าลัทธินี่มีลักษณะคล้ายปิรามิดโดยที่คุณโทชิอยู่ล่างสุดมาซายะอยู่บนสุดและคาโอริก็อยู่ข้างๆ ซึ่งนั่นหมายถึงการจัดการขององค์กรนี้โทชิไม่มีสิทธิ์หรือโอกาสที่จะข้องเกี่ยวได้เลย และเรื่องนี้นำสู่จุดที่เลวร้ายที่สุด ในปี2548 เมื่อเกิดคดีฟ้องร้องบริษัทซึ่งจัดการสัมมนาที่เป็นเหตุให้แม่คนหนึ่งทารุณต่อลูกกระทั่งลูกเสียชีวิต คดีนี้มีเหตุจากจากการที่มาซายะจัดงานสัมมนาซึ่งสอดใส่แนวคิดด้วยวิธีล้างสมองแก่ “แม่”ถึงวิธีเลี้ยงลูกที่วิปลาส แม้แต่ให้ใส่ลูกในลังกระดาษ ใช้แรงงานเด็กอย่างหนักและไม่ให้เข้าโรงเรียนเมื่อถึงเวลา  

“คิโต มาซากิ” ทนายซึ่งถนัดคดีเกี่ยวกับการล้างสมองเป็นผู้ฟ้องร้องบริษัทลัทธิล้างสมองแห่งนี้ และโทชิพลอยถูกฟ้องไปด้วยเพียงเพราะเขามีชื่อในฝ่ายบริหารของบริษัท ทั้งที่เขาไม่ได้รู้เห็นกับการสัมมนาที่เกิดขึ้นเลย  ซึ่งต่อมาในปี 2552 ศาลตัดสินให้บริษัทที่จัดการสัมมนาแพ้คดี และต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ฝ่ายตรงข้ามถึงประมาณกว่า100ล้านเยน  โทชิที่ถูกพ่วงฟ้องร้องพร้อมคาโอริ โมริทานิ และมาซายะก็ได้รับผลต้องจ่ายค่าเสียหายด้วย  โทชิมาถึงจุดนั้นได้ยังไงกัน ? ชีวิตที่ “ถูกกีดกันจากครอบครัวและเพื่อนที่คอยให้สติ” นำทางเขามางั้นหรือ?

   ย้อนกลับไปในช่วงเวลาระหว่างที่โทชิร่วมพิธีศพของฮิเดะ โทชิคิดถึงบทสนทนาหนึ่งระหว่างเขาและฮิเดะขึ้นมาได้ ตอนนั้นฮิเดะโกรธโทชิมากจึงโทรไปต่อว่าที่บ้าน สาเหตุคือมีสื่อลงบทความในเรื่องที่โทชิพูดว่าไม่รู้เรื่องงานแถลงข่าวยุบวงที่ถูกจัดขึ้น  ทั้งที่ความจริงแล้วทาง X ได้ส่งข่าวให้และรวมถึงส่งไปรษณีย์ไปถึงบ้าน  แต่เมื่อพูดคุยแล้วจึงรู้ว่าโทชิไม่รู้จริงๆ ว่ามีงานแถลงข่าว แต่นั่นทำให้พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างเปิดอก โทชิเล่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเขาและรวมถึงปมด้อยในวัยเด็ก จากนั้นน้ำเสียงฮิเดะก็เปลี่ยนไป และบอกโทชิว่า “ วันหลังไปเมากัน แล้วนายเล่าทุกอย่างให้ชั้นฟังนะ”

   ทว่าไม่ทันที่จะได้เล่า ฮิเดะกลับจากไป โทชิคิดว่าถ้าฮิเดะรู้ว่าเขาถูกล้างสมองจะคิดยังไงนะ หนทางโทชิในตอนนั้นช่างมืดมน …เขาจะส่องแสงอย่างไรได้?  ทั้งที่ได้พูดกับฮิเดะซึ่งหลับอย่างสงบไว้แบบนั้น  และแล้วในปี 2550… โทชิก็มีโอกาสได้ฟังเพลงบรรเลงเพลงหนึ่ง ตอนนั้นเองความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมา  น้ำตาจึงซึมไหล  และเพลงนั้นมีชื่อว่า Without You  จากนั้นโทชิจึงค่อยๆ เริ่มกลับมามีสติอีกครั้งแล้ว“จะรักเธอได้อย่างไร? จะรู้สึกถึงเธอได้อย่างไรเมื่อไม่มีเธอ?

ก็เพราะเธอคือความทรงจำมากมีที่ฝังแน่นอยู่ในทุกช่วงเวลา” ส่วนหนึ่งของบทเพลง Without You ซึ่งโยชิกิแต่งขึ้นเพื่อฮิเดะ เคยมีคนพูดว่าเราเกิดมาตัวเปล่าและจากไปตัวเปล่า คงเป็นอย่างนั้นจริง เพราะเรานำสิ่งใดติดตัวไปไม่ได้เลยเมื่อตายลง ร่างกายสุดท้ายก็สูญสลายไป ถึงจะนำอะไรไปไม่ได้เลยแต่เราหลงเหลือสิ่งต่างๆไว้ได้ และฮิเดะได้หลงเหลือบางอย่างไว้ให้กับทุกคนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป และสิ่งนั้นคือ “ความรักและมิตรภาพ” ซึ่งช่วยฉุดโทชิขึ้นมาจากนรกนั่นเอง

 

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ของขวัญชิ้นสุดท้ายของฮิเดะ "

นานาสาระ ล่าสุด