ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 8 มีนาคม 2021 9:44 AM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » ไม่ยอมปล่อยวางความรู้สึกผิด

ไม่ยอมปล่อยวางความรู้สึกผิด

อัพเดทวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2021 เข้าดู 7 ครั้ง

ไม่ยอมปล่อยวางความรู้สึกผิด

ทหาร

ทหาร สมาคม ทหาร ผ่านศึกหลังจากที่โทรมาทุกทีเขายังคงหมกมุ่นสนใจแต่เรื่องรถไฟไม่เลิกเขาก็ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเจ้าหน้าที่เข้าไปขึ้นรถไฟเขาก็ได้เจอกับแพทตี้เธอออกเดินทางมาท่องเที่ยวตามคำแนะนำของเพื่อนเหมือนเขารู้จึงได้แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองนี้ปลายและก็ได้รู้ด้วยว่าเธอจะเดินทางไปที่ไหนจังหวัดนั้นเองรถไฟก็ได้จอดที่สถานีที่เขาจะลงพอดีทำให้เขาเสียดายมากเนื่องจากเริ่มชอบจัดของให้แล้วถึงพอเราจบเพื่อนๆ ก็ขอให้เขารีบเขาตอบมาเร็วๆ แต่เขาก็ขอตัวอย่างนี้ต่อไปครับ

เขาเดินทางมารอแพทตี้ยังสถานีที่เธอบอกว่าจะมาโดยทีแรกก็อายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญแต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าเขาตั้งใจมารอเธอทำให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกันมาคืนในเวลาต่อมาลงแม็กกับแพตตี้เก็บอาการและก็ดูจะมีความสุขมากจนในที่สุดก็แต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกันจึงทำให้แบตเตอรี่เพิ่งจะได้รู้ว่าโปรแม็กยังคงฝันร้ายกับช่วงเวลาที่ถูกจับเป็นเชลยศึกสมหมายเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ครับ เขาได้ย้อนกลับไปนึกถึงอดีตวันที่ 15 กุมภาพันธ์ปี 1942 ประเทศสิงคโปร์ขณะที่เขากำลังสื่อสารข้อมูลเขาก็ได้รับแจ้งจากผู้พันว่าฝ่ายพันธมิตรยอมแพ้

ถึงทำร้ายข้าวของและหนีเมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงมีอุปกรณ์บางอย่างติดมาด้วยเผื่อว่าจำเป็นจะต้องใช้ซึ่งทันทีที่ออกมาพวกเขาพบว่าทหารญี่ปุ่นได้บุกมาถึงแล้วดังนั้นพวกเขาจึงถูกจับตัวไปเป็นเชลยและถูกพัดรถไฟไปงานแพทตี้เมื่ออยู่กับเราไม่นานวันข้าวเธอก็เริ่มมีพฤติกรรมและอารมณ์ที่ไปของเขาแล้วก็ได้พบกับรูปภาพที่เขาวาดสมัยถูกจับเป็นเชลยทหารฝั่งก็จะไม่ทุกข์ทรมานอย่างน่าสยดสยองเธอจึงพยายามจะให้เขาระบายและเราสิ่งต่างๆ ให้เธอฟังแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ยอมเล่าอะไรออกมาเลยวันหนึ่งขณะที่แพทตี้กำลังเจรจาเรื่องหนี้สินกิโลเมตรลืมจ่ายกับเจ้าหน้าที่จู่ๆ

เขาก็หยิบมีดพุ่งตรงเข้าไปจะทำร้ายเจ้าหน้าที่พวกนั้นเพราะเห็นเป็นภาพซ้อนของอาจารย์ญี่ปุ่นคนหนึ่งทำให้ทุกคนตกใจมากจึงช่วยกันจับเขาเอาไว้ครับเห็นว่าต่อให้ทำยังไงก็ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเธอจึงเดินทางไปที่สมาคมทหารผ่านศึกเพื่อขอให้ฟินลี่เพื่อนของของเราทานด้วยบอกว่าเธอเคยทำงานเป็นพยาบาลมา 20 ปีดับ งั้นเธอรู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ไหนเธอก็สามารถจะช่วยลดน้ำหนักได้ถึงนี่เลยบอกให้เธอรู้ว่าสิ่งที่ส่งความให้ฟังเอาไว้กับพวกเขามันไม่มีใครช่วยได้หรอกแต่ตัวเองแต่สุดท้ายเมื่อทนเธอจะยอมไม่ไหวจริงๆ

แล้วออกไปว่าหลังกลับมาจากสงครามโรมันเขายังคงปรับตัวไม่ได้จะสมัครไปร่วมสร้างเขื่อนในแอฟริกาจากนั้นโทรกลับมาเขาก็ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดคุยกับใครสนใจแต่เพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรถไฟและทุ่มเทให้กลับมาตั้งนานจนกระทั่งได้พบเธอแหละพากันมาในอดีตเราเฉลยถูกไล่ลงจากรถไฟจากสถานีแห่งหนึ่งซึ่งพอเดินเข้าป่าก็ไม่ได้สักระยะสุดท้ายเราไม่พบว่าพวกเขาถูกส่งให้มาเป็นแรงงานภาพเพื่อก่อสร้างทางรถไฟร้านอาหารญี่ปุ่นมันบอกให้พวกเรารู้ว่าเขาโชคดีมากที่เป็นวิศวกรถึงไม่ต้องไปใช้แรงงานสร้างทางรถไฟ

แต่จะถูกเขามาช่วยงานทางนี้ขัดขืนและสร้างปัญหาก็จะถูกส่งไปใช้แรงงานทันที ตกดึกขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันว่าจะหนีหรือทำยังไงต่อไปดีเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาถูกส่งมาอยู่ที่ไหนโลมาที่นั่งนับวันนับคืนและคำนวณที่ทางมาตลอดการเดินทางกดได้บอกให้ทุกคนรู้ว่ารถไฟที่พวกเขาขึ้นมามันเดินทางจากสิงคโปร์มาจากกรุงเทพฯ และจากจุดที่ลงพวกเขาก็เดินมาทางตะวันตกคือหมายความว่าตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีพี่เขารู้ก็เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามมันยังไม่มีทางรถไฟสายนี้

และอังกฤษก็เคยคิดจะสร้างอยู่เหมือนกันเพื่อใช้เดินทางจากไทจงไปพม่าเชิงกับทางรถไฟที่ทอดยาวจากทีมไปจนถึงอินเดียแต่ที่ไม่ซ้ำกันเพราะมันเป็นงานที่หนักมากและที่สำคัญต้องอาศัยแรงงานอพยพหรือเท่านั้นจึงจะอดทนทำงานนี้ได้อย่างทางรถไฟในอเมริกาก็ใช้แรงงานชาวจีนหรือแม้แต่ทางรถไฟในอังกฤษกดใช้แรงงานของคนในรูปที่ยากจนที่สำคัญบทปลงสังขารคือเขาด้วยและจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่ออาศัยการควบคุมที่ป่าเถื่อนและโหดเหี้ยมตั้งนานไม่เกี่ยวกับวิศวกรรมศาสตร์เลย ขอให้ทุกคนตกใจมากที่คงจะต้องตายก็อยู่ที่นี่

แล้วเห็นลิงเสนอไฮโลไหมกับคนที่รู้เรื่องช่วยการประกอบวิทยุหัวใจรับฟังข้อมูลข่าวสารจะได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเพื่อนๆ ที่ใช้แรงงานจะได้อดทนมีชีวิตอยู่ต่อรองจนถึงวันที่จะได้ออกไปจากที่นี่ดันโลมากับเพื่อนพวกเขาลักลอบอาชีพส่วนอุปกรณ์มาทีละเล็กทีละน้อยจะทำกับว่าขาดชิ้นส่วนสำคัญอีก 1 ชิ้นส่วนของต้องไปเอาจากเพื่อนที่สร้างทางรถไฟทำให้พวกเขาได้พบกับผู้พันที่ถูกส่งมาใช้แรงงานอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนโอไมวะแผนที่ทั้งไฟเสร็จแล้วเขาก็เอาไปซุกซ่อนเอาไว้จากนั้นก็รอไปทำวิทยุกันอยู่บนรถที่คำที่เป็นเสียง

และต้องซ่อมแซมสิ่งสุดท้ายพวกเขาก็สร้างวิทยุได้สำเร็จแถมยังได้ยินข่าวด้วยว่าตอนนี้กองกำลังฝ่ายอักษะถูกไฟมันจะไม่โจมตีอย่างหนักจนต้องถอยรถออกมาจากแนวรบไปขำไปบ่นเขาดีใจมากจึงนำเรื่องนี้ไปบอกให้ผู้พันรู้และให้ช่วยกระจายข่าวออกไปเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทุกคน หลังจากฟังข่าวสารไม่ได้สักระยะจู่ๆ วันหนึ่งพวกทหารญี่ปุ่นก็เข้ามาคนเป็นและสถานที่ทำงานของพวกเค้าเหมือนลมหายใจแค้นก็รีบไปหาแผนที่เส้นทางรถไฟที่ซ่อนเอาไว้แต่ก็พบว่ามันได้หายไปแล้วขณะที่ทุกคนถูกเรียกให้มารัวๆ การอาหารญี่ปุ่นก็นำของที่คนจะออกมาโชว์เหลือก็ถามว่าพวกเขาว่าใครเป็นคนทำเหมือนเห็นว่าไม่มีคนยอมรับมาจึงส่งพวกเขาไปให้กับหัวหน้าเขตหรือก็คือตำรวจทหารตรวจสอบซึ่งจะมีเก็บปลายทางคนหนึ่งมีชื่อว่าทานาชิมาช่วยแปลภาษาให้

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ดอกไม้ 

นานาสาระ ล่าสุด