ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 6 ธันวาคม 2021 8:29 AM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » ผู้สูงอายุ กับอาหารที่สามารถทำเองได้ง่ายๆและราคายังถูกอีกด้วย

ผู้สูงอายุ กับอาหารที่สามารถทำเองได้ง่ายๆและราคายังถูกอีกด้วย

อัพเดทวันที่ 30 ตุลาคม 2021 เข้าดู 6 ครั้ง

ผู้สูงอายุ แนะนำให้คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุมีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพน้อยลง แต่มีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว วัยกลางคนและวัยชราเป็นช่วงสำคัญในชีวิต คนบางคนจะรู้สึกว่าร่างกายไม่กระฉับกระเฉงเหมือนแต่ก่อน ความอยากอาหารลดลง อาการนอนไม่หลับและความรู้สึกไม่สบายอื่นๆ

และจะตามมาด้วยชีวิตสมัยใหม่วุ่นวายและยุ่งยาก นอกจากเรื่องงานและครอบครัวแล้ว เด็กๆจะขาดการดูแลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุบางคนจะฟังโฆษณา เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มักไม่มีผลหลังจากการใช้จ่ายเงิน

ผู้สูงอายุ

ดังนั้นจึงแนะนำว่าคนวัยกลางคนและคนชรามีเงินและซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพน้อยลง อาหารธรรมชาติประจำวันนั้นดีอยู่แล้ว ถ้าอยากจะสุขภาพดีก็อาจจะอยากกินมากขึ้นในเวลาปกติ นอกจากนี้ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของคุณเพื่อลิ้มรสความสุขของชีวิต เรียกว่าเป็นยุคทองของชีวิต

อาหารที่ควรทานบ่อยๆทางเราได้ยกตัวอย่างมาให้ท่านได้อ่าน เพื่อการเลือกบริโภคของที่มีโภชนาการสูงสุดสำหรับวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ได้แก่ ไข่ ไข่เป็นอาหารธรรมดาในชีวิต แต่คุณอาจจะไม่เคยกินมันทุกวัน ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน เลซิติน และส่วนผสมอื่นๆ และมีไขมันต่ำ คุณภาพสูง

อีกทั้งราคาถูกด้วย เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในการเสริมโภชนาการ ดังนั้นคุณจึงควรรับประทานทุกวันเช่นกัน ควรสังเกตว่าในบรรดาวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ต้มนั้นทำให้มีสุขภาพดีและย่อยง่าย หากคุณต้องการประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารที่สูงขึ้น คุณก็ควรรับประทานในมื้อเช้าด้วย

ต่อมาเป็นชนิดของเห็ดคือ เห็ดออรินจิ หรือ เห็ดนางรมหลวง เห็ดออรินจิ เป็นผักเห็ดทั่วไปซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เห็ดออรินจิ อุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโนหลายชนิด ซีลีเนียม และใยอาหาร ไม่เพียงแต่สามารถช่วยปรับปรุงภูมิคุ้มกันแต่ยังช่วยส่งเสริมการย่อยอาหารและรักษาสุขภาพของลำไส้

และคุณอาจต้องการกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทางเราได้นำสูตรการทำเห็ดออรินจิผัด มาให้ทุกท่านได้นำไปทาน โดยมีส่วนผสมดังนี้เห็ดออรินจิ แครอท พริกเขียว ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู น้ำมันและเกลือเล็กน้อย แป้งน้ำ กระเทียม โดยมีวิธีการทำดังนี้ เมื่อซื้อเห็ดออรินจิ ให้เลือกขนาดที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป

จากนั้นแล้วพยายามเลือกอันที่ช้ำหรือไม่มีรอยขลุขละที่ผิวของเห็ด ล้างเห็ดออรินจิที่คุณซื้อกลับบ้าน จากนั้นหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร แล้วหั่นเป็นเส้นหนาๆ ล้างแครอท ปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นแท่งแครอท หลังจากล้างพริกเขียวแล้ว ให้เอาเมล็ดสีขาว และเส้นเอ็นสีขาวออก

แล้วหั่นเป็นเส้น สับกระเทียมแล้วหั่นเป็นกระเทียมสับเพื่อใช้ในภายหลัง เทน้ำมันลงในหม้อ ใส่กระเทียมสับ ตั้งไฟปานกลางให้กระเทียมสับละเอียด จากนั้นใส่เห็ดออรินจิผัดด้วยไม้พายซ้ำๆ ซึ่งดีถ้าหากใช้ความร้อนและทำให้น้ำเกรวี่ เห็ดออรินจิ ที่อยู่ในกระทะ เพื่อเป็นซุป

ต่อมาใส่แครอทและพริกเขียว ผัดต่อพอประมาณ และเริ่มปรุงรส ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู และเกลือ หลังจากผัดจนได้รสชาติดีตามสภาพของน้ำซุปในหม้อแล้ว ให้เทแป้งน้ำปริมาณที่เหมาะสมลงไปผัดให้เร็วจนน้ำจับตัวแล้วปิดไฟแล้วนำออกมา

และหากในหม้อแม้ว่าเครื่องปรุงรสจะน้อยแต่ก็มีกลิ่นของ เห็ดออรินจิมากกว่า ในขณะที่แครอทและพริกเขียวมีรสชาติเฉพาะตัว เมื่อผัดทุกอย่างรวมกันจะอร่อยและหอมกว่าปลาและเนื้อแน่นอน ต่อมาเป็นการทำ วอลนัทจำได้ว่าตอนเด็กๆนั้น วอลนัทเป็นอาหารที่มีค่ามากไม่ค่อยได้กิน

และในปัจจุบันวอลนัทมีมากและราคาก็ไม่แพงเหมือนเมื่อก่อน นอกจากสตรีมีครรภ์และเด็ก คนวัยกลางคนและ ผู้สูงอายุ ก็ควรรับประทานบ่อยขึ้นด้วย วอลนัทอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดอะมิโน และแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันโรคชราภาพต่างๆอย่างแน่นอน

แต่ถึงว่าวอลนัทจะดีแต่ไม่ควรทานแบบหักโหมในทุกๆ วัน แค่วันละหนึ่งหรือสองอันก็พอ สูตรแนะนำการทำ น้ำค้างถั่วลิสงและวอลนัท มีส่วนผสมสำคัญดังนี้ วอลนัท ถั่วลิสง ข้าวเหนียว น้ำเปล่า ส่วนผสมมีแค่นิดหน่อยแต่ถ้าพูดถึงโภชนาการแล้ว มีสารอาหารเยอะอย่างน่าเหลือขื่อเลยทีเดียว

วิธีการทำขั้นตอนแรกได้แก่ ปอกเมล็ดวอลนัท แม้ว่าผิวที่หุ้มเมล็ดวอลนัทจะมีรสขมและฝาดเล็กน้อย แต่มีสารอาหารสูงดังนั้นจึงไม่ควรลอกออก ล้างถั่วลิสงและข้าวเหนียวแยกกัน ถั่วลิสงผิวแดงแบบที่สุดสำหรับถั่วลิสง ใส่วอลนัท ถั่วลิสง และข้าวเหนียวลงในเครื่องเจาะผนังพร้อมๆ กัน

จากนั้นเทน้ำพอประมาณสามารถเลือกซีเรียลข้าวหรือนมถั่วเหลืองได้ ครึ่งชั่วโมงต่อมา น้ำค้างถั่วลิสงและวอลนัทจะสุกและมีกลิ่นหอมกลมกล่อม หากรู้สึกว่ามีรสชาติอ่อนลง ให้เติมน้ำผึ้งหนึ่งช้อนแล้วดื่มได้เลย ต่อไปจะเป็น มันเทศ ตอนนี้มันเทศมีจำหน่ายตลอดทั้งปีแล้ว

ดังนั้นคุณจึงควรรับประทานบ่อยขึ้น มันเทศอุดมไปด้วยกรดโฟลิก แคโรทีน วิตามิน และใยอาหาร ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้ แต่ยังดีต่อการปกป้องหัวใจ มันฝรั่งหวานสามารถรับประทานได้ทั้งนึ่ง ปรุงในโจ๊ก หรือรับประทานกับข้าวโพด เช่นเดียวกับการทำเค้กโฮลเกรน

ซึ่งรสชาติของโฮลเกรนธรรมชาติจะมีกลิ่นหอมมากขึ้นเมื่อคุณเคี้ยว โดยมีสูตรแนะนำการทำ เค้กข้าวโพดและมันเทศ ส่วนผสมมีดังนี้ มันเทศ ข้าวโพด อินทผลัมแดง เบกกิ้งโซดา วิธีการทำก็ง่ายมากเลยทีเดียวขั้นตอนแรกล้างหัวมันเทศ หลังจากลอกเปลือกออกแล้ว หั่นเป็นชิ้นหนาๆ

หลังจากนั้นนึ่งในหม้อให้นึ่งมันเทศให้ทั่วและจนกว่าจะนิ่ม ในระหว่างการนึ่งมันฝรั่งหวานเราจะแปรรูปข้าวโพด โดยการเติมน้ำร้อนทีละนิดและเติมไปเรื่อยๆ แล้วคนให้เป็นก้อนด้วยตะเกียบ แล้วปล่อยให้เย็นเพื่อใช้ในภายหลังจากนั้นล้างอินทผลัม แกะเม็ดออก แล้วหั่นบางๆ

หลังจากที่นึ่งมันเทศเสร็จแล้ว ให้ใช้ช้อนบดให้เป็นมันเทศบดเพื่อเติมลงในข้าวโพด ใส่อินทผลัมสีแดงแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เบกกิ้งโซดาจะทำให้เค้กมันเทศข้าวโพดนุ่มขึ้น ใส่เบกกิ้งโซดเล็กน้อยลงในมันเทศข้าวโพดบด คลุกแป้งแล้วพักไว้

จากนั้นเปิดถาดอบไฟฟ้าด้วยไฟปานกลาง แบ่งแป้งข้าวโพดที่เตรียมไว้เป็นชิ้นเล็กๆ หลังจากนวดแป้งเป็นโดแล้ว ให้กดแป้งแบนแล้วใส่ลงในถาดอบไฟฟ้า ตั้งกระทะไฟฟ้าใช้ไฟกลาง พออบตอร์ติยาแป้งข้าวโพดหรือแป้งสาลี จนด้านบนและด้านล่างเป็นสีทองก็ชุบได้จากนั้นก็สามารถขึ้นโต๊ะเพื่อทานได้แล้ว

อ่านต่อได้ที่>>> อ่อนเพลีย วิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

นานาสาระ ล่าสุด