ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 10 ธันวาคม 2022 5:02 PM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด

วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด

อัพเดทวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020 เข้าดู ครั้ง

วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด

วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด

วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีปัญหามากมายรุมเร้า จนก่อให้เกิดความกดดัน ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะมาจากอะไร ท้ายที่สุดแล้วปัญหาเหล่านั้นจะเริ่มก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ความเครียด

ความเครียดเป็นอาการลักษณะหนึ่งที่มีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก บางครั้งอาจเกิดขึ้นจากความเจ็บป่วยของร่างกาย โดยเราสามารถแบ่งลักษณะตามระดับของความเครียด ได้ดังนี้
ระดับ 1 เป็นระดับต่ำสุด เราจะรู้สึกเซ็ง หมดอาลัยตายอยาก เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรอยากปล่อยให้เวลาไหลไปเรื่อยๆ
ระดับ 2 ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นในด้านของพฤติกรรม สภาพอารมณ์ ทัศนะคติ ความคิด เช่น ทำให้คนใจเย็นกลายเป็นคนก้าวร้าวหัวร้อน คนที่มีนิสัยร่าเริงกลายเป็นคนเก็บตัว จากที่เคยชอบกิน ชอบทำอะไร กลับเปลี่ยนไปเป็นรู้สึกเฉยๆ
ระดับ 3 เป็นระดับร้ายแรงที่สุด ถึงขั้นที่อาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางจิตหรือทางกาย อาทิเช่น โรคซึมเศร้า ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์
บทความนี้ผู้เขียนจะเสนอวิธีที่เคยใช้จัดการความเครียดสำเร็จมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่านลองไปปรับใช้

1.จัดการกับต้นต่อของความเครียด
ข้อนี้อาจเป็นข้อที่ยากที่สุดของบทความนี้ก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนยังมีความคิดที่ว่า การแก้ปัญหาระยะยาวและยั่งยืนต้องแก้ที่ต้นเหตุ ความเครียดก็เช่นกัน โดยปกติมนุษย์ไม่สิ่งมีชีวิตที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเครียดเลยแบบไร้สาเหตุ ถ้าเราตื่นมาแล้วรู้สึกเครียดนั่นอาจมาจากสภาพแวดล้อมของห้องนอนไม่เหมาะสมแก่การนอนหลับพักผ่อน หมอนแข็งหรือนุ่มเกินไป ระดับหมอนสูง ต่ำไปไม่พอดีคอ หรือจะเป็นที่เตียงแข็งไป ฝุ่นเยอะทำให้เนื้อตัวไม่สบาย เป็นต้น เมื่อเรารู้ที่มาแล้วให้จัดการแก้ไขมันจากนั้นความเครียดของเราจะหายไปเอง

2.ฝึกทำสมาธิคิดหาทางออก
‘สติมา ปัญญาเกิด’ คำกล่าวนี้สำหรับผู้เขียนเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนทำได้จริง แต่ ณ ปัจจุบันผู้เขียนทำสมาธิได้ไม่ค่อยนานแล้ว ถึงอย่างนั้นการทำสมาธิอยู่กับตัวเองสักห้าถึงสิบนาที ทำสมองให้โล่งปล่อยเรื่องที่เราเครียดไว้ จากนั้นก็ค่อยๆค้นหาสาเหตุของความเครียด ลองคิดวิธีการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่จำเป็นต้องคิดวิธียากๆเสมอไป ลองคิดวิธีแบบง่ายๆ ใช้ความรู้พื้นฐาน ไม่ก็วิธีการแปลกๆดู ครั้งหนึ่งผู้เขียนรู้สึกเครียดเพราะอาจารย์มอบหมายงานด่วนมาให้หาข้อมูลและนำเสนอในหนึ่งชั่วโมง แน่นอนว่ามีคะแนนเก็บด้วย หลังจากนั้นผู้เขียนถึงกับนั่งกุมขมับพยายามหาข้อมูลจากโทรศัพท์ ยี่สิบนาทีผ่านไปผู้เขียนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ความเครียดเพิ่มขึ้น จึงลองตั้งสติใช้สมาธิ จนคิดได้ว่า ถ้าไม่สามารถหาข้อมูลจากโทรศัพท์ได้ก็ลองหาข้อมูลจากหนังสือดู แม้ข้อมูลจะกระจัดกระจายอยู่หลายส่วนของหนังสือ แต่ในที่สุดผู้เขียนก็สามารถทำงานได้สิ้นทันเวลาที่กำหนด

3.เปิดใจพูดคุยกับคนอื่น
สองหัวดีกว่าหัวเดียว หมายถึง หากไม่สามารถคิดวิธีแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวคนเดียว ให้ลองปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่นดูบ้าง ซึ่งสุภาษิตนี้สามารถช่วยจัดการความเครียดได้จริง เพราะเมื่อเราเครียดเรามักจะมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้เสมอ หากลองขอความเชื่อเหลือจากคนที่สนิทอาจจะเป็นแฟน หรือเพื่อน ไม่ก็พ่อแม่พี่น้อง ครอบครัวของเราดู การที่เราได้พูดคุยถึงปัญหาให้ฟัง คนเหล่านั้นอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่เรามองข้ามไปหรือหากไม่สามารถแก้ไขได้ การระบายเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้ฟังที่ดี จะทำให้ความเครียดลดลงได้เช่นกัน

4.เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
ความเครียดส่วนใหญ่มักมาจากสภาพแวดล้อมหรือสิ่งเร้าในตอนนั้นเช่น เกิดจากการคิดงานไม่ออก ตื่นมาเลยรู้สึกความเครียดตกค้างหมดไฟกับชีวิต ผู้เขียนจะลองหาสิ่งที่ปกติไม่ได้ทำมาลองทำดู โดยอย่างแรกที่ผู้เขียนจะทำนั้นคือหาเกมเก่าที่ไม่ค่อยเปิดมาเลยสามถึงสี่เดือนเล่นดู ความสนุกในวันวานหวนกลับมาความเครียดที่มีจะค่อยๆลงลด ลองทำอาหารง่ายๆอย่างข้าวไข่เจียวกินดู เพราะนึกได้ว่าไม่ได้กินมันมานานแล้ว หรืออาจไปเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆเป็นที่ ๆ ผู้คนใช้ชีวิตพลุกพล่าน เดินไปเดินมา ส่วนตัวแล้วผู้เขียนเวลาอยากเปลี่ยนบรรยากาศจะไปนั่งร้านคาแฟ่ สั่งการกาแฟเย็นๆสักแก้ว แล้วเอาเครื่องเกมไปเล่นด้วย สักชั่วโมงสองชั่วโมงจะรู้สึกหายเครียดทันที

5.ลองระบายความเครียดออกมา
ในที่นี้ไม่ใช่การใช้กำลังทำลายข้าวของนะครับ ถึงแม้จะรู้สึกทำแล้วหายเครียดในช่วงสั้นๆ แต่เชื่อเถอะว่าทำแล้วเครียดกว่าเดิมในระยะยาวไม่คุ้มกัน สำหรับการระบายนั้น อาจแก้ปัญหาความเครียดอย่างถาวรไม่ได้ แต่จะช่วยลดความเครียดที่สะสมมานานได้ ไม่ว่าจากการทำงานตลอดหลายสัปดาห์ การเรียน ความรัก ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเงินและอื่น ๆ วิธีนี้เป็นการปลดปล่อยพลังงานด้านลบออกมา ให้สมองโล่งเตรียมรับพลังงานด้านบวกเพื่อเผชิญหน้าสู้กับชีวิตต่อไป อีกวิธีคือระบายกับคนใกล้ตัว ถ้าคิดถึงใครไม่ออกก็พ่อแม่เลยครับ ถ้าไม่มีใครว่างเลยจริง ๆ ลองระบายกับตุ๊กตาดู พูดกับตัวเองในกระจก หรือสายด่วนบรรเทาความเครียดก็ได้เช่นกัน

6. มองหาวิธีการออกกำลังกายตั้งแต่ระดับใช้แรงน้อยหรือไปจนถึงออกแรงเยอะ
ถ้าการระบายมันยังปลดปล่อยความเครียดได้ไม่หมด รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วอยากฟาดอะไรสักอย่างแนะนำให้ไปออกกำลังกายครับ ถ้าบอกว่าเหนื่อยก็เหนื่อย เครียดก็เครียดจะเอาเวลาที่ไหนไปออกำลัง สู้เอาเวลาไปนอนดีกว่า บอกเลยว่าใช่ครับ ถ้าคุณสามารถนอนหลับได้ผู้เขียนก็แนะนำให้ทำแบบนั้นเพราะการนอนหลับเป็นการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ดีเยี่ยม ส่วนคนอยากออกกำลังกาย แต่กลัวว่าจะเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ผู้เขียนแนะนำให้ลองโยคะหรือวิดพื้นดูนะครับ สำหรับผู้เขียนเนื่องจากเคยเล่นเคนโดมาก่อนเวลาอยากออกแรงมักจะหยิบดาบไม้ไผ่มาฝึกท่าสัก 10-30 นาที

7.ไปอาบน้ำ
ไม่รู้ว่าเป็นแค่ผู้เขียนคนเดียวไหม ที่รู้สึกว่าห้องน้ำในบ้านเป็นสถานที่ผ่อนคลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตอนปลดทุกข์หรืออาบน้ำ เมื่อผู้เขียนค่อยๆใช้เวลาอาบน้ำจิตใจจะไปโฟกัสที่การทำความสะอาดร่างกายจนลืมเรื่องเครียดไปเลย หรือไม่อย่างน้อยการปล่อยให้น้ำไหลผ่านหัวเราไปก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จนอยากจะอาบแบบนั้นไปนานๆ

8.นอนหลับพักผ่อน
หากผู้เขียนได้ทำตามที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วผู้เขียนยังไม่หายเครียด ก็ต้องมีเหนื่อยบ้าง พอเริ่มง่วงๆ ก็จะเตรียมตัวไปอาบน้ำ หลังจากนั้นจะจัดเตียง เปิดพัดลม ปิดไฟแล้วหลับไปเลยครับ เมื่อตื่นมาผู้เขียนจะรู้สึกราวกับว่าพลังงานลบที่สะสมมาจากความเครียดสลายหายไปแล้ว ผู้เขียนได้ตื่นขึ้นพร้อมพลังงานเต็มเปี่ยมพร้อมสู้กับปัญหาต่อไป
เข้าใจว่าบางครั้งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเครียดได้ แต่เราไม่ควรเอาความเครียดมาฉุดรั้งชีวิตและปล่อยให้มันทำลายเราและคนรอบข้างนะครับ ทางที่ดีควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันหรือสลัดมันทิ้งไปหากทำได้ ผู้เขียนเป็นกำลังใจให้ทุกคนเอาชนะเจ้าความเครียด แล้วใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีความสุขในทุกๆวันนะครับ

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " วิธีเด็ดจัดการความเครียดให้อยู่หมัด "

นานาสาระ ล่าสุด