ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 1 สิงหาคม 2021 5:02 AM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » องค์การนาซ่า การวัดอุณหภูมิโลกของนาซ่าเพื่อตรวจสอบภาวะโลกร้อน

องค์การนาซ่า การวัดอุณหภูมิโลกของนาซ่าเพื่อตรวจสอบภาวะโลกร้อน

อัพเดทวันที่ 21 กรกฎาคม 2021 เข้าดู 14 ครั้ง

องค์การนาซ่า การศึกษาใหม่ ได้เพิ่มความมั่นใจในการวัดอุณหภูมิโลกของนาซ่า การประเมินใหม่เกี่ยวกับบันทึกอุณหภูมิโลกของนาซ่า ได้เปิดเผยว่า การประมาณการของหน่วยงานเกี่ยวกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ในระยะยาวของโลก ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้นแม่นยำ ซึ่งน้อยกว่า 1 ใน 10 ขององศาฟาเรนไฮต์ ทำให้มั่นใจได้ว่าการวิจัยในอดีตและในอนาคตสามารถตรวจจับอุณหภูมิพื้นผิวที่สูงขึ้นได้อย่างถูกต้อง

องค์การนาซ่า

การประเมินความไม่แน่นอนทางสถิติ ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในผลิตภัณฑ์ข้อมูล ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ค่ารายปีมีแนวโน้มว่าจะแม่นยำภายใน 0.09 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 0.05 องศาเซลเซียส ในทศวรรษที่ผ่านมา และ 0.27 องศาฟาเรนไฮต์ 0.15 องศาเซลเซียส ในช่วงต้นของสถิติเกือบ 140 ปี

บันทึกข้อมูลนี้ ดูแลโดยสถาบันเพื่อการศึกษาอวกาศก็อดดาร์ดของนาซ่า เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่สถาบันวิทยาศาสตร์สำคัญๆ ทั่วโลก ในการเก็บรักษาไว้เพื่อติดตามอุณหภูมิของโลก และอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้น ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีบันทึกอุณหภูมิโลกนี้ ได้ให้หนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานที่ตรงที่สุดว่า สภาพอากาศของโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น

การศึกษายังยืนยันสิ่งที่นักวิจัยกล่าว เกี่ยวอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นในปี 1880 โดยประมาณ 2 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งมากกว่า 1 องศาเซลเซียสเล็กน้อย ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ ด้วยความไม่แน่นอนหรือข้อผิดพลาดใดๆ ในข้อมูล ในอนาคต การประเมินนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ มีเครื่องมือในการอธิบายผลลัพธ์ด้วยความมั่นใจมากขึ้น

ความเย็นของการมีอุณหภูมิต่ำ เป็นดัชนีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ของความผิดปกติของอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลก โดยจะแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิพื้นผิวโลกร้อนหรือเย็นกว่าปกติในปีหนึ่งมากเพียงใด ซึ่งหมายถึง ค่าเฉลี่ยในช่วงพื้นฐานระหว่างปี 1951 ถึง 1980

นาซ่าใช้เพื่ออัพเดทอุณหภูมิโลกประจำปี โดยร่วมมือกับองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ ในปี 2019 องค์การนาซ่า พบว่าปี 2018 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 4 เป็นประวัติการณ์ โดยปี 2016 ครองตำแหน่งสูงสุด ดัชนีนี้รวมข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิวบกและทะเล เมื่อย้อนไปถึงปี 1880 ปัจจุบันรวมการวัดจากสถานีตรวจอากาศ 6,300 แห่ง สำหรับการวิจัย รวมถึงสถานี เรือและทุ่นทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ ได้จัดทำประมาณการความไม่แน่นอนของการบัญชี สำหรับช่องว่างเชิงพื้นที่ระหว่างสถานีตรวจอากาศ เช่นเดียวกับบันทึกอุณหภูมิพื้นผิวอื่นๆ ซึ่งจะประมาณอุณหภูมิระหว่างสถานีตรวจอากาศ โดยใช้ข้อมูลจากสถานีที่ใกล้ที่สุด กระบวนการที่เรียกว่า การแก้ไข การหาจำนวนความไม่แน่นอนทางสถิติที่มีอยู่ในการประมาณการเหล่านี้ ช่วยให้นักวิจัยมั่นใจว่า การแก้ไขนั้นถูกต้อง

ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ เพราะเรารู้ว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง วิทยาศาสตร์ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐาน ของการรู้ข้อจำกัดของตัวเลข และความไม่แน่นอนเหล่านั้น สามารถระบุได้ว่า สิ่งที่เห็นคือ การเปลี่ยนแปลง ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การวัดอุณหภูมิในแต่ละบุคคล และอย่างเป็นระบบ เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสาเหตุของความไม่แน่นอนที่สำคัญที่สุด

การมีส่วนร่วมคือ ระดับความครอบคลุมของสถานีตรวจอากาศ การแก้ไขข้อมูลระหว่างสถานี มีส่วนทำให้เกิดความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับกระบวนการสร้างมาตรฐานข้อมูล ที่รวบรวมด้วยวิธีการต่างๆ ที่จุดต่างๆ ในประวัติศาสตร์ หลังจากเพิ่มองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน ค่าความไม่แน่นอน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังคงน้อยกว่า 1 ใน 10 ขององศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งเล็กมาก

ทีมงานใช้โมเดลที่อัปเดตเพื่อยืนยันว่าปี 2016 อาจเป็นปีที่อบอุ่นที่สุดในประวัติการณ์ โดยมีโอกาสเกิดขึ้นที่ 86.2 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีแนวโน้มมากที่สุดรองลงมา สำหรับปีที่ร้อนที่สุด เป็นประวัติการณ์คือปี 2017 โดยมีความเป็นไปได้ที่ 12.5 เปอร์เซ็นต์

นาธานเลนเซ่น หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า ได้มีการกำหนดปริมาณความไม่แน่นอนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และผลสรุปที่ได้จากการศึกษาก็คือ เราสามารถมั่นใจในความถูกต้อง ของอนุกรมอุณหภูมิโลกของเราได้ ซึ่งไม่ต้องทบทวนข้อสรุปใดๆ จากการวิเคราะห์นี้ การศึกษาล่าสุดอีกชิ้นหนึ่งประเมินในลักษณะที่แตกต่างออกไป ซึ่งยังเพิ่มความมั่นใจ ในการประมาณการภาวะโลกร้อนในระยะยาว เพื่อให้เกิดความสมดุลของโลก

อ่านต่อได้ที่>>>โรคหัด ข้อควรระวังของโรคและการตรวจวินิจฉัยเพื่อรักษาโรค

นานาสาระ ล่าสุด