ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 10 ธันวาคม 2022 2:50 PM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » อันธพาลในคราบของขุนโจร

อันธพาลในคราบของขุนโจร

อัพเดทวันที่ 14 ตุลาคม 2020 เข้าดู ครั้ง

อันธพาลในคราบของขุนโจร

อันธพาลในคราบของขุนโจร

อันธพาลในคราบของขุนโจร ในบ้านเราสมัยที่ความเจริญยังไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ หรือสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติใหม่ ๆ สมัยนั้นจะมีผู้ทรงอิทธิพล หรือ นักเลง หรือที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองขนานนามว่า “ขุนโจร” หรือบรรดาผุ้ที่ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่ออยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะพวกเสือปล้นที่คอยหาโอกาสปล้นสะดมชาวบ้านหรือชุมชน พวกเสือปล้นสะดมเหล่านี้มักจะหาโอกาสที่เจ้าหน้าที่เผลอ หรือช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดเจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน ยิ่งในต่างจังหวัด หรืออำเภอที่อยู่ห่างไกลจะมีพวกมหาโจรที่ตั้งตัวเป็นชุมนุม เพื่อหากินในทางปล้นชาวบ้านอยู่มาก พวกเหล่านี้จะอยู่กันเป็นกลุ่มมีกำลังเป็นจำนวนมากหลายสิบคน การกระทำของพวกมันเป็นที่หวาดหวั่นเกรงกลัวของชาวบ้านผู้หากินบริสุทธิ์ทั่วไปเป็นอันมาก

โดยเฉพาะมหาโจรเหล่านี้จะมีสมัครพรรคพวกหรือลูกน้องที่เป็นอันธพาลจำนวนมาก เวลาออกปล้นแต่ละครั้งก็มักจะเป็นการปฏิบัติการใหญ่ เช่น ปิดอำเภอ ปิดโรงพัก ปิดถนนหรือปิดตลาดกันเลยทีเดียว การปล้นในแต่ละครั้งก็มักจะได้เงินทองไปเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องแลกกับความสูญเสียโดยเฉพาะศพของผู้บริสุทธิ์อีกเป็นจำนวนหลายสิบศพ โดยที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการแอบดู และมักจะออกมาแสดงตัวเมื่อการปล้น และมหาโจรได้ล่าถอยไปพร้อมกับทรัพย์สินของชาวบ้านจนหมดสิ้นแล้ว

การปฏิบัติการครั้งหนึ่งของมหาโจรที่มีฉายาว่า “เสือขาว” เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2508 เป็นการปฏิบัติการปล้นตลาดท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนับว่าเป็นการกระทำที่เย้ยกฎหมายบ้านเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณที่เป็นเป้าหมายหรือตลาดท่าเรือที่มหาโจรเข้าปล้นนั้นอยู่ไม่ห่างจากสถานีตำรวจภูธร อ.ท่าเรือสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าแค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง แต่ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนออกมาทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์เลยแม้แต่คนเดียว เป็นปฏิบัติการที่เย้ยกฎหมายหรือตบหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายฉาดใหญ่ทีเดียว

การปล้นตลาดอำเภอท่าเรือครั้งนี้เสือขาวได้ไปชวนเสือใบเพื่อนเก่าให้มาร่วมงานด้วย เนื่องจากเชื่อและนับถือในฝีมือกันมาก่อน เสือใบมีลูกน้องชื่อเสือศักดิ์ซึ่งต้องการที่จะปล้นทิ้งทวนก็เลยเข้าร่วมด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีเสือละมัยเพื่อนที่เคยร่วมคุกและพ้นโทษมาด้วยกันร่วมด้วย เสือขาวแม้ไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่เนื่องจากเคยมีเรื่องผิดใจกับเสือละมัยมาก่อน แต่ก็ต้องยอมตามเสือใบเพราะหวังงานใหญ่เป็นสำคัญ

เสือละมัยเมื่อได้รับการติดต่อก็ทำทีอิดเอื้อนพอเป็นพิธี โดยการอ้างเรื่องเสือขาวเพื่อเป็นการเรียกค่าตัว แต่ก็เห็นแก่เสือใบเพื่อนเก่าจึงยินยอมโดยมีข้อแม้ว่าขอทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการปล้นครั้งนี้ เสือทั้งหลายต่างตกลงกันได้แม้จะไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ แต่เพื่องานใหญ่ที่รออยู่ ต่างก็หวังทิ้งทวนด้วยกันทุกคน เสือละมัยผู้รับหน้าที่หัวหน้า ต้องเป็นผู้วางแผนการปล้น โดยให้เสือขาวทำหน้าที่นำพวกเข้าปล้น เสือใบมีหน้าที่คอยคุ้มกันป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากโรงพัก นอกนั้นทำหน้าที่ในการเก็บทรัพย์สินที่ปล้นได้

บรรดาเสือร้ายรวมสมัครพรรคพวกได้ประมาณ 17 คน ล้วนเป็นเสือร้ายที่มีค่าหัว และเป็นที่ต้องการของทางการทั้งสิ้น

เสือปล้นตลาดท่าเรือชุดนี้ประกอบด้วย

  1. เสือใบ กุลแพ (เพื่อนสนิทของเสือขาว) หลังจากปฏิบัติการปล้นผ่านไปเพียง 3 วัน ก็ถูกจับได้
  2. เสือบุญ มากฤทธิ์ ถูกจับได้เป็นรายต่อมา หลังจากการปล้นผ่านไปไม่นาน
  3. เสือทวี เฉลิมสมัย ถูกจับได้พร้อมเสือบุญซึ่งหนีไปด้วยกัน
  4. เสือบุญเลิศ ปรอดเกิด ถูกจับได้เป็นรายที่สี่
  5. เสือมะลิ คาลามานนท์ ถูกจับได้เป็นรายต่อมา
  6. เสือน้อย เจริญสุข ถูกจับได้
  7. เสือลำพอง มหาวิจิตร ถูกจับได้เมื่อต้นปีต่อมาหลังจากการปล้น
  8. เสือละมัย ภู่แสนสะอาด (ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม และวางแผนการปล้นในครั้งนี้) ถูกจับตายในเวลาต่อมา
  9. เสือแบน วงษ์ขำ ถูกจับตายเช่นกัน
  10. เสือศิริ กุลวิบูลย์ ถูกจับตายพร้อมเสือแบน
  11. เสือศักดิ์ นันโต ถูกจับตายที่อยุธยา
  12. เสือบุญมา กลิ่นจำปา ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสขณะหนีไปพร้อมกับเสือศักดิ์ และถูกจับตัวได้ในเวลาต่อมา
  13. เสือเชื้อ พวงรักษ์ ถูกยิงตายขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับพร้อมกับเสือบุญมา
  14. เสือเปี๊ยก เกตุคำศรี ถูกจับตัวได้ขณะขึ้นรถไฟหนี
  15. เสือขาว ศรีม่วง (หัวหน้า และเป็นเจ้าของความคิด และผู้นำปล้นตลาดท่าเรือ) หนีไปป้านโป่ง ถูกยิงตายขณะที่ต่อสู้เจ้าหน้าที่
  16. เสื้อจุ่น ผลหาร สามารถหลบหนีไปได้แต่มีค่าหัวติดตัวไป 5,000 บาท ไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย
  17. เสือสง่า เฉลิมทรัพย์ สามารถหลบหนีไปได้พร้อมเสือจุ่น มีค่าหัว 5,000 บาทเช่นกัน

ก็เป็นอันปิด ตำนานเสือปล้นตลาด อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยาแต่เพียงเท่านี้ ขุนโจรเหล่านี้ก่อนที่จะมาร่วมกันปล้นตลาดท่าเรือต่างก็มีชุมโจรของตนเอง และมีนิสัยเป็นนักเลงอันธพาลมาก่อน พอได้เข้าพวกก็เปลี่ยนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นโจรห้าร้อย ทำการเย้ยกฎหมายอยู่แล้ว พอมีข่าวเสือขาวว่าจะปิดตลาดท่าเรือซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีธุรกิจการค้ามากมาย ทั้งร้านทอง 2-3 แห่ง ร้านข้าวสาร ร้านขายของอื่น ๆ อีกมากมาย ตลาดท่าเรือนับว่าเป็นตลาดที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดีกว่าที่อื่น ๆ ในสมัยนั้น เนื่องจากเป็นทั้งตลาด และสถานีรถไฟสายเหนือ ที่ต้องผ่านเพื่อการขึ้นล่องซึ่งมีทั้งพ่อค้านักธุรกิจที่ต้องอาศัยรถไฟทั้งจากกรุงเทพ ฯ ขึ้นเหนือ และจากเหนือเข้ากรุงเทพ ฯ การเข้าปล้นคราวนี้ถ้าทำสำเร็จก็คงได้หลายตังรวยกันพักหนึ่งทีเดียว สามารถตั้งตัวไปอีกนาน ซึ่งตรงกับความคิดของบางคนก็คิดจะปล้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจะล้างมือเพื่อหันไปประกอบอาชีพอื่น เช่น เสือขาวที่มีลูกเมียและคิดว่าจะปล้นครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน แต่ก็ต้องเอาชีวิตมาสังเวย เนื่องจากเพื่อนหักหลัง ส่วนเสือใบก็ต้องมาสิ้นชื่อเพราะถูกจับได้ และถูกนำตัวมายิงเป้าพร้อมเพื่อนเสือด้วยกันในเวลาต่อมาที่ อ.ท่าเรือ นั่นเองเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2509 สมัยที่จอมพลถนอม กิติขจรเป็นนายกรัฐมนตรี

การยิงเป้าเสือปล้นตลาดท่าเรือครั้งนั้นมีชาวบ้านทั้งใกล้ไกล มามุงดูกันหนาแน่นเหมือนมีงานมหกรรมทีเดียว เนื่องจากเป็นคำสั่งประหารของรัฐบาลจอมพลถนอมในสมัยนั้น ตามสโลแกนที่ว่าปล้นที่ไหนให้ยิงเป้าที่นั่น จึงถือได้ว่าเป็นการปิดตำนานเสือปล้นไปอีกตำนานหนึ่ง

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " อันธพาลในคราบของขุนโจร "

นานาสาระ ล่าสุด