ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหุบพริก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 10 ธันวาคม 2022 4:37 PM
b-school02
สพฐโรงเรียนบ้านหุบพริก
หน้าหลัก » นานาสาระ » เด็กหลังห้อง

เด็กหลังห้อง

อัพเดทวันที่ 15 ตุลาคม 2020 เข้าดู ครั้ง

เด็กหลังห้อง

เด็กหลังห้อง

เด็กหลังห้อง หลายๆคนมองว่าเด็กหลังห้องเป็นเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนและหลบการเรียนมานั่งหลังห้อง ซึ่งนั่น เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ มักตีกรอบคำว่าเด็กหลังห้องแต่แท้ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เด็กอีกหลายๆคนที่ไปนั่งหลังห้องเขาอาจจะมีเหตุผลอะไรอีกมากมายที่ไม่ใช่เพียงการหลบหนีการเรียน

เด็กชายคนนี้มีชื่อว่าปอนด์ ปอนด์เป็นเด็กที่ชอบมานั่งหลังห้อง ทุกคาบเเละทุกวิชาที่มีการสอนปอนด์จะเอาตัวเองออกมานั่งหลังห้องเพียงคนเดียวเสมอ ปอนด์เป็นเด็กที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้มแย้มมากนัก จึงทำให้เพื่อนๆมองเขาไปในทางที่ไม่ค่อยดี แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาไม่มีใครมาคุยด้วยเลย นั่นเป็นเพราะว่าเพื่อนๆตีกรอบเขาว่าเขาจะต้องเป็นเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน และเป็นเด็กเกเร

ปอนด์ใช้ชีวิตในโรงเรียนเพียงคนเดียวมาโดยตลอดและไม่มีใครรู้ว่าปอนด์มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปนั่งหลังห้องแต่ปอนด์ก็ไม่เข้าใจเพื่อนๆและคุณครูอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องรีบตัดสินใครโดยที่เรายังไม่ได้ทราบสาเหตุ หรือเรื่องราวที่แท้จริง

“เด็กชายปอนด์ หนีเรียนไป นั่งหลังห้องอีกแล้วนะ

นี่เป็นคำที่คุณครูหลายๆท่าน มักทักปอนด์ในเวลาที่ปอนด์เดินไปนั่งหลังห้อง ปอนด์ก็ได้แต่ทำหน้าตาเฉยและทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่คุณครูพูด มีหลายคนอยากรู้เหตุผลหรือสาเหตุที่ปอนด์ต้องแยกตัวออกไปนั่งหลังห้องเพียงคนเดียว

เนื่องจากปอนด์ เป็นเด็กที่มีฐานะทางครอบครัวที่ไม่ค่อยดี จึงทำให้ปอนด์ไม่ค่อยคุยกับใครเพราะกลัวว่าเพื่อนๆจะมาพูดหรือทำลายความรู้สึกของปอนด์ด้วยถ้อยคำที่ไม่ค่อยดี แต่อีกเหตุผลจริงๆของปอนนั่นก็คือ มีอยู่วันหนึ่ง ปอนด์ก็ใช้ชีวิตในโรงเรียนปกติ เขาเดินมาโรงเรียนตอนเช้า เเละเดินกลับบ้านในตอนเย็น เนื่องจากบ้านของเขาค่อนข้างที่จะอยู่ใกล้โรงเรียนแต่ในตอนเย็นของวันนั้น เขาได้สังเกตเห็นการประกวดวาดภาพชิงเงินรางวัล

“ประกาศ ประกาศ ผู้ใดที่มีความสามารถในการวาดภาพขอเชิญมาร่วมแข่งขันการวาดภาพในโครงการ ศิลปะยืนยาว การนอนสั้น สามารถส่งผลงานการประกวด ได้ภายใน 1 อาทิตย์ที่จะถึงนี้ผ่านทางอีเมลหรือไปรษณีย์”

และนี่ก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ปอนต้องมานั่งหลังห้อง เพื่อที่จะใช้เวลานั้นในการวาดภาพส่งประกวด แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะหลายๆครั้งที่ปอดมานั่งหลังห้องก็เพราะเหตุผลนี้ปอนด์ ส่งภาพเข้าประกวดในหลายๆครั้งและหลายๆโครงการจนทำให้ผลงานของปอนด์เป็นที่จดจำของใครหลายๆคน แต่ปอนด์ก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตน เเละไม่กล้าที่จะพูดความจริง เพราะกลัวว่าหากคุณครูรู้ คุณครูจะโกรธและมองว่าปอนด์ไม่สามารถแยกแยะเวลาได้

“ปอนด์ ครูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปนั่งหลังห้อง”
“ทำไมต้องทำตัวแปลกแยกจากเพื่อนๆด้วย นี่ตั้งใจจังหลบหลีกการเรียนใช่ไหม”

ปอนด์ได้แต่เงียบและฟังที่คุณครูบ่นโดยที่คุณครูก็ยังไม่ได้รู้เหตุผลและสาเหตุที่แท้จริง แต่ปอนด์ก็ไม่อยากอธิบายและพูดความจริงให้คุณครูฟัง ทั้งสองเลยไม่เข้าใจกันและปอนด์ก็ต้องถูกมองว่าเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียนตลอดไปจนกว่าปอนด์จะออกมาอธิบายเหตุผล

ในวันประกาศผลการแข่งขันวาดภาพก็พบว่าปอนด์เป็นผู้ชนะลำดับที่ 2 ซึ่งจะได้เงินรางวัลอยู่ที่ 2,000 บาท ปอนด์ดีใจมากและตั้งใจว่าจะเอาเงินนี้ไปให้แม่ของเขา

“แม่ๆวันนี้ผมแข่งวาดรูปได้รางวัลที่ 2 ได้เงินมา 2000 บาท”
“โห ทำไมรอบนี้ได้เยอะจังเลยล่ะลูก”
“ก็มันเป็นโครงการใหญ่หน่ะครับแม่ แม่เอาเงินไปใช้ได้เลยนะ ปอนด์ตั้งใจจะหามาให้แม่นั่นแหละ”
“โถ่ปอนด์ ไม่ต้องก็ได้ลูก ทุกครั้งที่ไปแข่งวาดภาพปอนด์ก็เอาเงินมาให้แม่ตลอด เก็บไว้ใช้เองบ้างก็ได้”

ปอนด์ถือเป็นเด็กที่มีความกตัญญูคนหนึ่งเพราะปอนด์พยายามจะหาเงินมาช่วย เหลือครอบครัวด้วยความสามารถของตนเอง ปอนด์รู้ว่าตนเองเป็นคนวาดรูปเก่งและการวาดรูปของปอนด์ก็สามารถสร้างรายได้ได้

“ปอนด์ นี่อย่าบอกแม่นะ ว่าเอาเวลาเรียนไปนั่งหลังห้องเพื่อวาดรูป”

แม่ของปอนด์ถาม ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดี ปอนด์จึงเล่าและอธิบายให้แม่ฟังว่า

“ใช่ครับ ผมไปนั่งข้างหลังห้องทุกคาบ และคุณครูหลายๆคนก็ไม่พอใจทุกครั้ง แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตัดสินผมว่าผมเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียน ทั้งๆที่ผมก็ส่งงานและทำการบ้านทุกๆวิชา ผมสามารถรับผิดชอบตัวเองได้และไม่เห็นว่ามันมีเหตุผลตรงไหน ที่คุณครูจะสามารถตัดสินใครโดยที่ยังไม่ได้หาสาเหตุที่แท้จริง”

“งั้นปอนก็ต้องไปเล่าและอธิบายให้คุณครูฟังนะลูก เพราะไม่งั้น ปอนด์อาจจะถูกหักคะแนนกลายเป็นที่ไม่ยอมรับของเพื่อนๆและคุณครูนะลูก”

เช้าวันต่อมาปอนด์ไปโรงเรียนแล้วก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม ปอนด์ยังคงตั้งใจที่จะนั่งหลังห้องเหมือนเดิม แต่ด้วยการเข้าแถวหน้าเสาธงในวันนั้นทำให้ปอนด์ได้มีโอกาสพูดความจริงและทุกคนก็ได้เข้าใจปอนด์ใหม่

“นักเรียนทุกคนครับ วันนี้มีเพื่อนของเราใช้ความสามารถในการวาดภาพเข้าแข่งขันโครงการใหญ่ในกรุงเทพฯ ทำให้ได้รับรางวัลลำดับที่ 2 โรงเรียนจึงขอแสดงความยินดีและขอเชิญเด็กชายปอนด์ขึ้นมารับรางวัลและพูดกล่าวอะไรกับเพื่อนๆสักเล็กน้อย”

เพื่อนๆในห้องและคุณครูผู้สอนต่างจับจ้องไปที่ปอนด์พวกเขาตกใจและไม่คิดว่าปอนด์จะมีความสามารถได้มากขนาดนี้ ปอนด์เดินขึ้นไปรับรางวัลหน้าเสาธงแล้วจึงพูดกล่าวอะไรบางอย่าง

“ขอบคุณสำหรับรางวัลและเสียงปรบมือของทุกๆคนมากนะครับ ผม ตั้งใจวาดภาพภาพนี้มากและส่งประกวดให้ทันเวลาเพื่อหาเงินมาให้แม่ของผม จนบางทีอาจจะมองว่าผมไม่สนใจเรียนหรือเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียนแต่ผมก็ไม่เคยโกรธหรือคิดจะแก้ตัวอะไรเพราะสิ่งที่ผมทำผมรู้อยู่แก่ใจผมดี ขอบคุณทุกคนมากๆครับ”

เมื่อคุณครูและเพื่อนๆได้ยินแบบนั้นจึงเข้ามาขอโทษปอนด์และพูดคุยชื่นชมในผลงานของปอนด์ ทำให้ปอนด์รู้สึกดีใจเเละภูมิใจในตนเองกับความพยายามที่ตนเองตั้งใจทำมาโดยตลอด และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนให้กับคุณครูและเพื่อนๆว่า อย่าตัดสินคนจากการตีกรอบของตนเองเพราะเด็กหลังห้องหลายๆคนก็มีเหตุผลจำเป็นที่อาจจะต้องทำแบบนั้นไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาไม่ตั้งใจเรียนเพียงเหตุผลเดียว

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " เด็กหลังห้อง "

นานาสาระ ล่าสุด